เจาะอนาคตโลกการเงินปี 2569 เมื่อ AI และ Web3 เปลี่ยนการ “จ่ายเงิน” ให้กลายเป็นความอัจฉริยะ

เจาะอนาคตโลกการเงินปี 2569: เมื่อ AI และ Web3 เปลี่ยนการ "จ่ายเงิน" ให้กลายเป็นความอัจฉริยะ

หากคุณคิดว่าปี 2568 คือปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วแล้ว วีซ่า (Visa) ผู้นำการชำระเงินระดับโลกได้ออกมาเตือนว่า “ปี 2569 จะเร็วยิ่งกว่า” โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมการเงินที่สำคัญของโลกไปแล้ว

จากพฤติกรรม “Mobile First” ของคนไทยที่ใช้ Mobile Banking และ QR Code จนเป็นเรื่องปกติ นวัตกรรมในก้าวถัดไปจะไม่ใช่แค่เรื่องของความสะดวก แต่คือการก้าวเข้าสู่ยุค “ปัญญาประดิษฐ์ สเตเบิลคอยน์ และอัตลักษณ์ดิจิทัล” ที่จะมาพลิกโฉมทุกธุรกรรมที่เราเคยรู้จัก

และนี่คือ 5 เทรนด์ใหญ่ที่จะเปลี่ยนวิธีใช้เงินของคนไทยและคนเอเชียไปโดยสิ้นเชิงภายในปี 2569

1. ยุคแห่ง Agentic Commerce: เมื่อ AI ช้อปปิ้งแทนคุณ

หมดยุคที่เราต้องนั่งเปรียบเทียบราคาหรือกดเลือกสินค้าเอง AI กำลังก้าวข้ามจากการเป็นแค่ผู้ช่วยมาเป็น เอเจนต์  เต็มตัว ซึ่งสามารถตัดสินใจ ค้นหา และชำระเงินแทนผู้บริโภคได้ตามเจตจำนงของเรา

เทรนด์นี้เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในฝั่ง B2B ที่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ต้องการความสะดวกในการสั่งซื้อสินค้าเหมือนการช้อปออนไลน์ทั่วไป Visa จึงได้พัฒนาโปรโตคอลความปลอดภัยเพื่อให้ร้านค้ามั่นใจว่า เอเจนต์ AI ที่มาสั่งของนั้นเป็นตัวแทนที่ได้รับอนุญาตจริง

2. การผสานโลก “เงินจริง” และ “เงินดิจิทัล” เข้าด้วยกัน

ข้อถัดไปคือการยุติความขัดแย้งระหว่างเงินบาท (Fiat) และคริปโตเคอร์เรนซี เพราะในปี 2569 ทั้งสองสิ่งจะทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ โดยมี สเตเบิลคอยน์ (Stablecoin) เป็นตัวเชื่อมสำคัญ

Visa ได้ร่วมกับพันธมิตรขยายโปรแกรมบัตรที่เชื่อมกับสเตเบิลคอยน์ เพื่อให้การโอนเงินข้ามพรมแดนและการชำระเงินในชีวิตประจำวันทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรอรอบเคลียริ่งนานๆ ซึ่งในตลาดใหญ่อย่างญี่ปุ่น ฮ่องกง และสิงคโปร์ รวมถึงไทย กำลังเร่งวางโครงสร้างทางกฎหมายเพื่อรองรับเรื่องนี้อย่างเต็มตัว

3. “อัตลักษณ์ดิจิทัล” เกราะป้องกันใหม่ในยุค AI ลวงโลก

เมื่อ AI เก่งขึ้น มิจฉาชีพที่ใช้ AI ก็เก่งขึ้นตามมา การยืนยันตัวตนด้วยรหัสผ่านหรือ OTP แบบเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ปี 2569 จะเป็นปีที่ Biometrics (การสแกนใบหน้า/ลายนิ้วมือ) และ Tokenisation (การเข้ารหัสแทนเลขบัตร) กลายเป็นมาตรฐานหลัก

  • ผลลัพธ์ที่พิสูจน์แล้ว: การใช้โทเค็นช่วยลดการทุจริตได้ถึง 34% ขณะที่การใช้ Biometrics ช่วยลดความเสี่ยงได้มากกว่าการใช้ OTP ถึง 50%

4. บอกลาการกรอกเลขบัตร 16 หลักด้วย Click to Pay

ความยุ่งยากในการพิมพ์เลขหน้าบัตรหรือการลืมรหัสหลังบัตร (CVV) กำลังจะกลายเป็นอดีต ด้วยระบบ Click to Pay และ Visa Payment Passkey ที่จะทำให้การช้อปออนไลน์ลื่นไหลเพียงแค่ “คลิก” หรือ “สแกนใบหน้า” โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำๆ ช่วยลดปัญหาการทำรายการไม่สำเร็จที่ผู้บริโภคเอเชียกว่า 60% เคยประสบมา

5. โลกการเงินไร้พรมแดน: สแกนเดียวจ่ายได้ทุกแอปฯ

ประเทศไทยคือผู้นำด้าน PromptPay และ QR Payment แต่ในปี 2569 ระบบเหล่านี้จะเชื่อมโยงกันได้ทั่วทั้งภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นดิจิทัลวอลเล็ต บัตร หรือสกุลเงินดิจิทัล ทุกระบบจะคุยกันรู้เรื่องผ่านโครงสร้างพื้นฐานแบบ Cloud-native ทำให้คนไทยสามารถนำแอปฯ โปรดไปสแกนจ่ายที่ต่างประเทศได้ง่ายเหมือนจ่ายที่ร้านหน้าปากซอย

โลกการเงินในปี 2569 ไม่ใช่แค่เรื่องของการจ่ายเงินที่เร็วขึ้น แต่คือการสร้าง “ระบบนิเวศแห่งความเชื่อใจ” ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ สำหรับผู้บริโภคและภาคธุรกิจไทย การเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ผ่านการทำความเข้าใจ AI และระบบการยืนยันตัวตนรูปแบบใหม่ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้เราไม่พลาดโอกาสในเศรษฐกิจดิจิทัลยุคหน้า

LASTEST ARTICLE