ปิดตำนาน 25 ปี ‘เทเลนอร์’ ในไทย ถอยทัพหนี Red Ocean หรือส่งไม้ต่อให้ ‘ราชา AI’ แห่ง Arise?

จากวันแรกที่ก้าวเข้ามาในนามพันธมิตร UCOM สู่แบรนด์ Dtac ที่ครองใจคนไทยด้วย Emotional Marketing วันนี้ “เทเลนอร์” (Telenor) ยักษ์ใหญ่จากนอร์เวย์ประกาศปิดฉากการลงทุนในประเทศไทยอย่างสมบูรณ์ด้วยดีลมูลค่าแสนล้าน คำถามสำคัญที่นักลงทุนต้องขบคิดคือ… ทำไมเขาถึงยอมทิ้งขุมทรัพย์ที่มีลูกค้ากว่า 50 ล้านรายในมือไปตอนนี้?

ยุทธศาสตร์ “กำขี้ดีกว่ากำตด” ในสมรภูมิที่เปลี่ยนไป

นักลงทุนต้องเข้าใจก่อนว่า ธุรกิจโทรคมนาคมในเอเชียไม่ได้ “หอมหวาน” เหมือนเก่า การแข่งขันที่สู้กันด้วยราคา (Price War) และภาระการประมูลคลื่นความถี่ที่แพงมหาศาล ทำให้ Margin ของเทเลนอร์ในภูมิภาคนี้ลดลงอย่างต่อเนื่อง

การขายหุ้นให้ Arise Digital Technology ในราคา 11.70 บาท คือการ “Exit” ในจังหวะที่บริษัทได้กำไรสูงสุด (Peak Profit) เป็นการทำ Strategic Divestment เพื่อปรับโครงสร้าง Capital Allocation ใหม่ ดีกว่าถือไว้แล้วต้องลุ้นกับการขยายโครงข่าย 6G ในอนาคตที่ยังไม่เห็นจุดคุ้มทุนชัดเจน 

Arise Ventures ผู้เล่นใหม่ที่มาพร้อม “อาวุธ” ลับ

การที่คุณศุภชัย เจียรวนนท์ เลือกใช้ Arise เข้ามาเสียบแทน ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้น แต่นี่คือการเปลี่ยน DNA ของ TRUE จาก “ค่ายมือถือ” ไปสู่ “Tech Company” อย่างเต็มรูปแบบ

Game Changer เมื่อ Arise ไม่ได้มองแค่ค่าโทรศัพท์รายเดือน แต่มองไปที่ Data, Cloud, และ AI-First Economy การเข้าซื้อครั้งนี้เปรียบเสมือนการยึด “ท่อส่งข้อมูล” ขนาดใหญ่ที่สุดในไทย เพื่อเอาไปต่อยอดธุรกิจ Virtual Bank และ Digital Ecosystem ของกลุ่มในอนาคต

เช็กลิสต์ “โดมิโนเอเชีย” ของเทเลนอร์ ใครรายต่อไป?

ไทยไม่ใช่ประเทศแรก และอาจไม่ใช่ประเทศสุดท้าย เทเลนอร์กำลังทำตามแผน Nordic-centric คือการถอนเงินจากตลาดที่กำไรน้อย (Low Margin) กลับไปลงทุนในยุโรปเหนือที่เน้นความมั่นคงทางไซเบอร์และนวัตกรรมขั้นสูง

  • อินเดีย-เมียนมา-ปากีสถาน ถอนสมอเรียบร้อย ในอินเดียขายให้ Airtel ตั้งแต่ปี 2561 หนีสงครามราคา  ในเมียนมา ขายให้ M1 Group (2565) หลังรัฐประหารและความไม่สงบ ส่วนในปากีสถานเพิ่งปิดดีลสมบูรณ์ 1 ม.ค. 2569 โดยขายให้กลุ่ม PTCL
  • ไทย ขายขาด (ปิดดีลสมบูรณ์ปี 2571) ขายหุ้น 24.95% ให้ Arise (ม.ค. 2569) และเหลือ Option อีก 5.35% ที่จะขายขาดในปี 2571
  • มาเลเซีย เหลือหุ้น 33% (ซึ่งนักลงทุนต้องจับตาว่าจะเป็นคิวถัดไปในปี 2027 หรือไม่?)
  • บังกลาเทศ ฐานที่มั่นสุดท้าย  Grameenphone ยังแข็งแกร่งและทำกำไรสูงที่สุดในพอร์ตเอเชีย

 มุมมองนักลงทุน (Investment Takeaway)

การจากไปของเทเลนอร์ไม่ใช่สัญญาณ “ล่มสลาย” ของ TRUE แต่คือการ “Unlock Value” ครั้งใหญ่

ในระยะสั้น ราคาหุ้น 11.70 บาท กลายเป็นฐานราคา (Floor) ที่แข็งแกร่ง

ขณะเดียวกัน นักลงทุนต้องจับตาดูว่า เมื่อไม่มีเทเลนอร์ช่วยบริหาร “วินัยทางการเงิน” แบบสไตล์ยุโรป TRUE ภายใต้ปีกของ Arise จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดหรือจะแบกรับความเสี่ยงจากการลงทุนใหม่ๆ มากเกินไป

ในระยะยาว ต้องจับตาดูว่า Arise จะเปลี่ยน Data ในมือ TRUE ให้กลายเป็นกำไรผ่าน AI ได้รวดเร็วแค่ไหน

25 ปีของเทเลนอร์ในไทยจบลงอย่าง “ผู้ชนะ” ในเชิงตัวเลข และเป็นการเปิดฉากยุคใหม่ของกลุ่มทุนไทยที่จะพิสูจน์ว่า “เราทำได้มากกว่าแค่ขายซิมการ์ด”


Key Takeaway

  • Q: ทำไม Telenor ถึงขายหุ้น TRUE ในเวลานี้?
    • Answer: เพื่อถอนตัวจากตลาดที่มีกำไรต่ำ (Low Margin) และหลีกเลี่ยงภาระการลงทุนโครงข่าย 6G ในอนาคตที่จุดคุ้มทุนยังไม่ชัดเจน โดยเลือก Exit ในจังหวะที่กำไรสูงสุด (Peak Profit)
  • Q: การเข้ามาของ Arise Digital Technology ส่งผลอย่างไรต่อผู้บริโภค?
    • Answer: เป็นการเปลี่ยนผ่านจากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือสู่ Tech Company ที่เน้นบริการ Data, Cloud และ AI-First Economy ซึ่งจะเชื่อมโยงกับบริการทางการเงิน (Virtual Bank) ในอนาคต

Actionable Steps for Investors:

  1. Monitor Price Floor: ใช้ราคา 11.70 บาท เป็นจุดอ้างอิงเชิงกลยุทธ์ (Floor Price) ในช่วงการเปลี่ยนผ่านผู้ถือหุ้น
  2. Evaluate AI Integration: ติดตามความเร็วในการเปลี่ยนฐานข้อมูลลูกค้า (Data Lake) ให้เป็นกำไรผ่านโปรเจกต์ของ Arise
  3. Risk Assessment: จับตาวินัยทางการเงิน (Financial Discipline) ของกลุ่ม TRUE หลังขาดการคานอำนาจจากพันธมิตรยุโรป