การตลาดมีวิวัฒนาการ ของ Philip Kotler

The Immersive Era ถอดรหัสบทเรียนใหม่จาก Philip Kotler

Marketing 1.0   เน้นผลิตภัณฑ์ (Product-Centric)

Marketing 2.0 เน้นผู้บริโภค (Customer-Centric)

Marketing 3.0 เน้นจิตวิญญาณและคุณค่า (Human-Centric)

Marketing 4.0 การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Traditional to Digital)

Marketing 5.0 เทคโนโลยีเพื่อมนุษยชาติ (Next Tech for Humanity)

ถึงวันนี้ Marketing 6.0 ประสบการณ์ที่สมจริง (Immersive Marketing) Philip Kotler กำลังบอกเราว่า “ดิจิทัลกับโลกจริงจะแยกกันไม่ออกอีกต่อไป” คือการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมาสร้างประสบการณ์ที่ลูกค้า “สัมผัสได้จริง” ในทุกช่องทาง เพื่อทำลายกำแพงระหว่างโลกจริงและโลกเสมือน โดยมีหัวใจสำคัญ

ยุคแห่งความสมจริง (The Immersive Era)

ถ้า Marketing 5.0 คือการใช้ AI และ Data มาช่วยคิด แต่ Marketing 6.0 คือการสร้าง “ประสบการณ์” ให้ลูกค้าเข้าไปอยู่ในนั้นจริงๆ โดยอาศัยเทคโนโลยีกลุ่ม Metarere (Metaverse + Omnichannel) เพื่อเชื่อมต่อโลกออนไลน์และออฟไลน์ให้ไร้รอยต่อที่สุด

เทคโนโลยีที่เป็นตัวขับเคลื่อน (Enabling Tech)

Kotler เน้นไปที่ 5 เทคโนโลยีหลักที่จะมาเปลี่ยนโฉมการตลาด

  • Internet of Things (IoT) & 5G การเชื่อมต่อที่รวดเร็วและทุกสรรพสิ่งส่งข้อมูลถึงกัน
  • Artificial Intelligence (AI) การประมวลผลเพื่อทำความเข้าใจลูกค้าในระดับรายบุคคล
  • Spatial Computing (AR/VR/MR) การสร้างภาพเสมือนทับซ้อนกับโลกจริง (เช่น การลองวางเฟอร์นิเจอร์ในบ้านผ่านมือถือ)
  • Blockchain เพื่อความโปร่งใสและความปลอดภัยของข้อมูล
  • Generative AI การสร้างเนื้อหา (Content) ที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลแบบ Real-time

หัวใจสำคัญคือ “Phygital”

คำนี้มาจาก Physical + Digital ครับ ซึ่ง Marketing 6.0 บอกว่าเราไม่ควรแยกฝั่งว่าอันนี้ขายหน้าร้าน อันนี้ขายออนไลน์ แต่ต้องทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์แบบเดียวกัน เช่น

การเดินในห้างแล้วมี Pop-up โปรโมชันเด้งขึ้นมาในมือถือตามตำแหน่งที่เรายืน

การใช้ Avatar ในโลกเสมือนเพื่อลองเสื้อผ้า แล้วสั่งซื้อมาส่งที่บ้านจริงๆ

ความยั่งยืนและมนุษยธรรม (Human-Centric & Sustainability)

ถึงแม้เทคโนโลยีจะล้ำไปไกล แต่ Kotler ยังย้ำว่า “เป้าหมายสูงสุดคือการแก้ปัญหาให้มนุษย์และโลก” การตลาด 6.0 ต้องไม่ทำให้คนรู้สึกว่าถูกเทคโนโลยีครอบงำ แต่ต้องใช้มันเพื่อสร้างความเท่าเทียม ความยั่งยืน และความรับผิดชอบต่อสังคม


Key Takeaway

  • Q: Marketing 6.0 ต่างจาก Marketing 5.0 อย่างไร?
  • A: Marketing 5.0 มุ่งเน้นไปที่การใช้เทคโนโลยี (Next Tech) เพื่อเลียนแบบความสามารถของมนุษย์ในการทำตลาด แต่ Marketing 6.0 ยกระดับไปสู่การสร้าง “Immersive Experience” หรือประสบการณ์ที่สมจริง โดยหลอมรวมโลก Physical และ Digital เข้าด้วยกัน (Phygital) ผ่านเทคโนโลยีที่ทำให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับแบรนด์ได้ในทุกมิติของชีวิตจริง
  • Q: หัวใจสำคัญที่แบรนด์ต้องมีในยุค Marketing 6.0 คืออะไร?
  • A: คือการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง AI, AR/VR และ IoT โดยไม่ทิ้ง “ความยั่งยืนและมนุษยธรรม” เทคโนโลยีในยุคนี้ต้องถูกใช้เพื่อแก้ปัญหาให้มนุษย์และโลก สร้างความเท่าเทียม และความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ใช่เพียงเพื่อสร้างผลกำไรหรือความตื่นตาตื่นใจเพียงอย่างเดียว

Actionable Steps:

  1. Infrastructure Audit: ประเมินความพร้อมของฐานข้อมูลและเทคโนโลยีพื้นฐาน (Data & Tech Stack) ว่าสามารถรองรับการเชื่อมต่อแบบ Real-time และข้ามแพลตฟอร์มได้หรือไม่
  2. Bridge the Phygital Gap: ออกแบบจุดสัมผัสลูกค้า (Touchpoints) ที่เชื่อมต่อออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน เช่น การใช้ AR ในหน้าร้าน หรือการสร้างระบบสมาชิกที่จดจำตัวตนลูกค้าได้จากทุกช่องทาง
  3. Human-Centric Integration: ทบทวนเป้าหมายของแบรนด์ว่าเทคโนโลยีที่นำมาใช้นั้นช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคหรือตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืนอย่างไร เพื่อสร้างความเชื่อถือ (Trust) ในระยะยาว