“ปัสสาวะเล็ด” สัญญาณเตือนภัยเงียบ! อย่ารอให้ “มดลูกหย่อน” จนโผล่พ้นช่องคลอด

“ปัสสาวะเล็ด” สัญญาณเตือนภัยเงียบ! อย่ารอให้ “มดลูกหย่อน” จนโผล่พ้นช่องคลอด

เชื่อไหมว่า… ผู้หญิงหลายคนยอมทนใช้ชีวิตอยู่กับอาการ “ไอแล้วน้ำปัสสาวะเล็ด” หรือ “รู้สึกหน่วงๆ ที่ท้องน้อย” เพียงเพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติของวัย หรือเป็นแค่ความเสื่อมตามกาลเวลา แต่ในความเป็นจริง สัญญาณเล็กๆ เหล่านี้อาจเป็นเสียงเตือนจากร่างกายว่า “มดลูกของคุณกำลังไม่อยู่ที่เดิม!”

วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกภาวะ “มดลูกหย่อน” ภัยเงียบที่ไม่ได้มากับความสูงวัยเสมอไป แต่มาจากพฤติกรรมทำร้ายตัวเองที่เราทำอยู่ทุกวัน โดยได้รับเกียรติจาก นพ.คมกฤช เอี่ยมจิรกุล สูตินรีแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์เชิงกรานสตรีและศัลยกรรมซ่อมเสริม รพ.วิมุต มาไขข้อข้องใจ

เช็กด่วน 4 ระดับความรุนแรง… มดลูกคุณ “ลงต่ำ” แค่ไหนแล้ว?

ภาวะมดลูกหย่อน (Uterine Prolapse) คือการที่เนื้อเยื่อและกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแอจนพยุงมดลูกไว้ไม่ไหว ทำให้มดลูกเคลื่อนต่ำลงมาในช่องคลอด ซึ่งแบ่งความรุนแรงได้ดังนี้:

  • ระดับ 1 มดลูกเริ่มขยับลงมา แต่ยังไม่ถึงปากช่องคลอด (ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ)

  • ระดับ 2 เริ่มคลำเจอก้อนนิ่มๆ บริเวณปากช่องคลอด รู้สึกรำคาญเวลาเดิน

  • ระดับ 3 – 4 มดลูกหรือผนังช่องคลอดโผล่พ้นออกมาภายนอกชัดเจน กระทบต่อการปัสสาวะ การใช้ชีวิต และความสัมพันธ์กับคู่รัก

“ทำไมแค่ไอ… ปัสสาวะก็เล็ด?”

นพ.คมกฤช อธิบายว่า เพราะมดลูกและกระเพาะปัสสาวะเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน เมื่อกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่เปรียบเสมือน “เปล” คอยพยุงอวัยวะเหล่านี้เกิดเสื่อมสภาพ มดลูกที่เคลื่อนต่ำลงมาจะไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ประสิทธิภาพในการกลั้นปัสสาวะลดลงนั่นเอง

5 พฤติกรรม “สายแบก-สายเบ่ง” ตัวเร่งมดลูกหย่อนก่อนวัย

นอกจากเรื่องอายุและการคลอดบุตรแล้ว พฤติกรรมเหล่านี้คือ “ผู้ร้าย” ที่ทำให้แรงดันในช่องท้องสูงขึ้นจนมดลูกรับไม่ไหว:

  1. ยกของหนักบ่อย ไม่ว่าจะแบกของช้อปปิ้งหรือยกกระถางต้นไม้

  2. ท้องผูกเรื้อรัง การเบ่งอุจจาระแรงๆ เป็นประจำ คือการซ้ำเติมอุ้งเชิงกรานโดยตรง

  3. ไอเรื้อรัง ไม่ว่าจะจากสูบบุหรี่ หรือภูมิแพ้ แรงไอแต่ละครั้งส่งแรงกระแทกถึงมดลูก

  4. น้ำหนักตัวเกิน ไขมันส่วนเกินสร้างแรงกดทับอวัยวะภายในตลอดเวลา

  5. ผ่านการคลอดบุตรหลายคน ทำให้กล้ามเนื้อสูญเสียความยืดหยุ่น

ยืนปัสสาวะทำให้มดลูกหย่อนจริงไหม? คุณหมอยืนยันว่า “ไม่จริง” ครับ ที่รู้สึกเหมือนมีก้อนโผล่ตอนยืน เป็นเพียงผลจากแรงโน้มถ่วงเท่านั้น ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เกิดโรค

ทางออกที่ไม่ต้องจบลงที่ “เตียงผ่าตัด”

หลายคนกลัวการหาหมอเพราะกลัวต้องผ่าตัด แต่คุณหมอคมกฤชย้ำว่า “ยิ่งเจอเร็ว ยิ่งรักษาง่าย”

  • ขมิบกู้ชีพ (Kegel Exercise) การบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอย่างถูกวิธี (ขมิบ 5-10 นาที 3 ครั้ง/วัน) ต่อเนื่อง 3 เดือน ช่วยชะลออาการได้เห็นผล

  • อุปกรณ์พยุง (Pessary) ในรายที่ยังไม่ถึงขั้นรุนแรง แพทย์สามารถใส่อุปกรณ์ช่วยพยุงไว้ภายในได้

  • ปรับ Lifestyle คุมน้ำหนัก เลิกสูบบุหรี่ และแก้ปัญหาท้องผูก

มดลูกหย่อนอาจไม่ใช่อันตรายถึงชีวิตในทันที แต่เป็นโรคที่ “ขโมยคุณภาพชีวิต” ไปจากเรา อย่ารอให้การเดิน การนั่ง หรือการเข้าห้องน้ำกลายเป็นความทุกข์

หากคุณเริ่มคลำเจอก้อน หรือมีอาการปัสสาวะเล็ดบ่อยๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจภายในให้ชัดเจน เพราะบางครั้งก้อนที่เห็นอาจไม่ใช่แค่มดลูกหย่อน แต่อาจเป็นเนื้องอกที่ต้องรีบจัดการ การดูแลสุขภาพเชิงกรานตั้งแต่วันนี้ คือการลงทุนเพื่อความมั่นใจในระยะยาว

สนใจเช็กอาการเบื้องต้นหรือปรึกษาคุณหมอ? สามารถนัดหมายได้ที่ ศูนย์สูตินรีเวช ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต เปิดให้บริการทุกวัน หรือสะดวกกว่านั้นด้วยการทำนัดผ่าน ViMUT Application ปรึกษาแบบออนไลน์ (Telemedicine) ได้เลย