รพ.วิมุต ฉลอง 5 ปี ทรานส์ฟอร์มใหญ่ ลุยรักษา “5 โรคซับซ้อน” โชว์รายได้ Q1 พุ่ง 19%

รพ.วิมุต ฉลอง 5 ปี ทรานส์ฟอร์มใหญ่ ลุยรักษา "5 โรคซับซ้อน" โชว์รายได้ Q1 พุ่ง 19%

โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน  ประกาศทิศทางดำเนินธุรกิจระยะยาวในโอกาสฉลองครบรอบ 5 ปี พร้อมเปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ทำรายได้อยู่ที่ 337 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มีรายได้ 283 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมผลประกอบการในปี 2568 ที่ผ่านมา โรงพยาบาลมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,302 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 7% จากปี 2567 ที่มีรายได้รวม 1,213 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายได้จากผู้ป่วยนอก (OPD) จำนวน 711 ล้านบาท และรายได้จากผู้ป่วยใน (IPD) จำนวน 591 ล้านบาท ทั้งนี้ในไตรมาส 4 ของปี 2568 ถือเป็นช่วงที่ทำรายได้โดดเด่นที่สุด ด้วยรายได้รวมสูงถึง 376 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวของกลุ่มผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ สำหรับปี 2569 นี้ โรงพยาบาลได้ตั้งเป้าหมายรายได้รวมไว้ที่ 1,500 ล้านบาท คาดว่าจะเติบโต 15% จากปีก่อนหน้า ตัวเลขความสำเร็จเหล่านี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนและการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรม

นพ.นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจที่มีความท้าทายสูง อุตสาหกรรมโรงพยาบาลเอกชนในปี 2569 ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี พบว่าผู้เล่นที่สามารถรักษาการเติบโตได้อย่างมั่นคง คือผู้เล่นที่เลือกแนวทาง Selective Growth หรือ “เลือกตลาดโต” โดยเฉพาะผู้เล่นที่มีจุดแข็งในบริการเฉพาะด้าน และวางทิศทางธุรกิจชัดเจนจนสามารถสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างได้อย่างเห็นได้ชัด ปัจจุบันธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากการแข่งขันด้านจำนวนสาขา สู่การแข่งขันด้านความชำนาญและผลลัพธ์การรักษา โดยเฉพาะในกลุ่มโรคซับซ้อนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความสามารถในการแข่งขันในอนาคต คือการสร้างผลลัพธ์ทางการรักษาควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ของผู้ป่วยที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความสะดวก ความต่อเนื่อง และความคุ้มค่าในระยะยาว

ในโอกาสครบรอบ 5 ปีนี้  จึงนำประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่าครึ่งทศวรรษ มาปั้นกลยุทธ์ 3E เพื่อทรานส์ฟอร์มโรงพยาบาลสู่การเป็น Integrated Specialty Hospital หรือโรงพยาบาลเฉพาะทางแบบบูรณาการ รองรับวิกฤตสุขภาพของคนไทยในยุคสังคมสูงวัย และมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การขยายฐานผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉพาะตลาดเมียนมาและเอเชียใต้ที่เติบโตสูงถึง 141% และ 70% ตามลำดับ การขยายฐานลูกค้ากลุ่มประกันภัยที่เติบโต 8% และลูกค้าองค์กรที่เติบโต 12% รวมถึงการยกระดับบริการทางการแพทย์เฉพาะด้านโดยเฉพาะบริการสุขภาพผู้หญิงที่เติบโต 12%

สำหรับกลยุทธ์ 3E  ประกอบด้วยสามแกนหลักที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ได้แก่

  1. Expertise: การยกระดับศักยภาพทางการแพทย์ผ่านการทำงานร่วมกันของทีมแพทย์สหสาขาและการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อรองรับโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งสุขภาพปอด หัวใจและหลอดเลือด กระดูกและข้อ สูตินรีเวช สุขภาพเต้านม และระบบทางเดินอาหารและตับ

  2. Experience: การยกระดับสู่การให้บริการแบบ “Integrated Healthcare” ออกแบบเส้นทางการรักษาที่เชื่อมต่อกันตั้งแต่การคัดกรอง วินิจฉัย รักษา ไปจนถึงการฟื้นฟู โดยมี ViMUT Application และแพลตฟอร์มด้านดิจิทัลเป็นศูนย์กลาง

  3. Expansion: การขยายการเติบโตผ่านการสร้างระบบสุขภาพ มุ่งขยายฐานลูกค้าองค์กรและกลุ่มประกันในรัศมี 35 กิโลเมตร โดยเฉพาะในพื้นที่พหลโยธิน รวมถึงต่อยอดความร่วมมือกับพฤกษา เรียลเอสเตท ที่มีฐานลูกบ้านกว่า 270,000 ครัวเรือน เพื่อเชื่อมโยงบริการสุขภาพเข้าสู่ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค

ทางด้าน นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต กล่าวเพิ่มเติมว่า การทรานส์ฟอร์มสู่ “Integrated Specialty Hospital” ตอกย้ำวิสัยทัศน์ที่เชื่อว่าการรักษาไม่ได้เกิดขึ้นแค่ตอนป่วย แต่ต้องเชื่อมโยงการดูแลสุขภาพตั้งแต่การป้องกัน การวินิจฉัย การรักษา การฟื้นฟู ไปจนถึงการติดตามผลในระยะยาว ภายใต้แนวคิด “มุ่งมั่นรักษาโรคซับซ้อน ด้วยความเข้าใจ โดยทีมแพทย์เฉพาะทาง” เพื่อสร้างผลลัพธ์การรักษาที่ดีขึ้นควบคู่กับการลดภาระค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต ท่ามกลางเศรษฐกิจที่เปราะบาง ผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มมองสุขภาพเป็นเรื่องของการวางแผนระยะยาวมากขึ้น ไม่ใช่เพียงการเข้ารับการรักษาเมื่อเกิดโรค ดังนั้นแนวคิดการดูแลสุขภาพเชิงรุกเพื่อบริหารค่าใช้จ่ายจึงกลายเป็นหัวใจของระบบสุขภาพยุคใหม่

จากสถิติการดูแลผู้ป่วยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา รพ. วิมุต พบว่าคนไทยกำลังเผชิญกับโรคซับซ้อนมากขึ้น ทั้งจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ความเครียด การพักผ่อนน้อย มลภาวะ รวมถึงภาวะสังคมสูงวัย หลายโรคเกิดเร็วและรุนแรงขึ้น และน่ากังวลที่หลายโรคไม่ได้เกิดแบบเฉียบพลัน แต่ค่อย ๆ สะสมโดยที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัว เมื่อแสดงอาการมักอยู่ในระยะที่ซับซ้อนแล้ว โดยพบ 5 กลุ่มโรคหลักที่กระทบคุณภาพชีวิตคนไทยมากที่สุด และมีแนวโน้มพบมากขึ้นในกลุ่มวัยทำงาน มักเชื่อมโยงกับโรคเรื้อรังหรือภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยรายเดียวกัน หัวใจสำคัญในการรับมือจึงต้องใช้โมเดล “Multidisciplinary Care” หรือการทำงานร่วมกันของทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ เพราะโรคบางโรคเชื่อมโยงกันทั้งด้านร่างกาย พฤติกรรม และคุณภาพชีวิต เช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจจำนวนมากมักมีภาวะเบาหวาน ความดัน หรือโรคไตร่วมด้วย หากรักษาเฉพาะอาการใดอาการหนึ่งอาจไม่ยั่งยืน รพ.วิมุต จึงมุ่งพัฒนาศักยภาพการรักษาเชิงรุกและนำเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาใช้ใน 5 กลุ่มโรคหลัก ดังนี้

  1. กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ ปัญหาฝุ่น PM2.5, การสูบบุหรี่ และโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้ผู้ป่วยโรคปอดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะมะเร็งปอด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคปอดอักเสบ ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวในระยะแรกเพราะมองข้ามอาการไอเรื้อรัง เหนื่อยง่าย หรือแน่นหน้าอกว่าเป็นเพียงภูมิแพ้ รพ.วิมุต จึงเน้นการตรวจคัดกรองเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยง ผู้สูบบุหรี่ ผู้สัมผัสฝุ่นควัน และผู้มีประวัติครอบครัว โดยนำเทคโนโลยี Low-dose CT Scan, การตรวจหลอดลมด้วยกล้อง (Bronchoscopy) และ EBUS (Endobronchial Ultrasound) เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัย ช่วยลดความจำเป็นในการผ่าตัดใหญ่ และเพิ่มโอกาสในการรักษา

  2. โรคหัวใจและหลอดเลือด สาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทย ปัจจุบันพบในผู้ป่วยอายุน้อยลงจากความเครียด การพักผ่อนน้อย และโรคเรื้อรังสะสม เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง โรคนี้มักไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่เมื่อรุนแรงอาจเกิดภาวะหัวใจวายหรือหลอดเลือดตีบเฉียบพลัน รพ.วิมุต จึงมุ่งเน้นการตรวจคัดกรองเชิงรุกและประเมินความเสี่ยง พร้อมนำเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง TAVI (การเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวน) และ MICS (การผ่าตัดหัวใจแผลเล็ก) เข้ามาช่วยลดความเจ็บปวด ลดระยะเวลาพักฟื้น ให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้เร็วขึ้น

  3. กลุ่มโรคกระดูกและข้อ ปัญหาข้อเสื่อม ปวดหลัง ปวดเข่า และอาการบาดเจ็บเริ่มพบมากขึ้นในวัยทำงานและคนรุ่นใหม่จากพฤติกรรมการนั่งทำงานนาน (Sedentary Lifestyle) และการใช้ร่างกายหนักต่อเนื่อง ซึ่งกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความสามารถในการทำงาน รพ.วิมุต จึงมุ่งรักษาด้วยเทคนิคผ่าตัดส่องกล้องและ Minimally Invasive Surgery ครอบคลุมทุกข้อต่อของร่างกาย ทั้งไหล่ ข้อศอก ข้อมือ สะโพก เข่า ข้อเท้า และกระดูกสันหลัง ช่วยให้แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว ลดโอกาสติดเชื้อ โดยออกแบบระบบการดูแลแบบลื่นไหลครบวงจรในที่เดียว

  4. โรคระบบทางเดินอาหารและตับ: ปัญหาสุขภาพสำคัญจากพฤติกรรมการบริโภคและการใช้ชีวิตเร่งรีบ โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่พบเพิ่มขึ้นในคนอายุน้อยและวัยทำงาน ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักละเลยอาการเริ่มต้น เช่น ท้องอืด ขับถ่ายผิดปกติ หรือปวดท้องเรื้อรัง รพ.วิมุต จึงเน้นการตรวจคัดกรองผ่าน Colonoscopy ในกลุ่มอายุ 45 ปีขึ้นไป พร้อมนำเทคโนโลยี Anorectal Manometry เข้ามาวินิจฉัย และ Biofeedback Therapy มาฟื้นฟูปัญหาระบบขับถ่าย

  5. สุขภาพเต้านม ปัญหาสุขภาพที่ผู้หญิงไทยกังวลมากที่สุด โดยมะเร็งเต้านมถือเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิงไทย จากข้อมูลของ GLOBOCAN (ฐานข้อมูลสถิติมะเร็งระดับโลกภายใต้อนามัยโลก) ระบุว่า ประเทศไทยพบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ราว 21,600 ราย และมีผู้เสียชีวิตราว 7,600 รายต่อปี โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและพบในกลุ่มอายุน้อยมากขึ้น รพ. จึงให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองและการรักษาแบบ Personalized เฉพาะบุคคล โดยพิจารณาจากระยะของโรค ขนาดก้อน การกระจาย และชนิดของมะเร็ง ดูแลโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ ตั้งแต่การวินิจฉัยจนถึงการผ่าตัดด้วยเทคนิคสงวนเต้านม เพื่อลดผลกระทบต่อสภาพจิตใจและความมั่นใจ ให้ผู้หญิงสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพในระยะยาว

การทรานส์ฟอร์มในครั้งนี้ สะท้อนว่าการรักษาโรคซับซ้อนในยุคนี้คือการดูแล “คุณภาพชีวิต” ของผู้ป่วยในระยะยาว แนวทางรักษาจึงต้องออกแบบเฉพาะบุคคล ควบคู่กับการป้องกันตั้งแต่ต้น ซึ่งการตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้นไม่เพียงเพิ่มโอกาสรักษาให้หายขาด แต่ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ

เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 5 ปี  ได้เปิดตัวแคมเปญใหญ่ “The Mega Health Deal” ภายใต้แนวคิด “ตรวจวันนี้ คุ้มค่ากว่าที่เคย” มอบแพ็กเกจตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย โดยแพ็กเกจเริ่มต้นมีราคาอยู่ที่ 1,500 บาท และแพ็กเกจหลักราคา 5,500 บาท พร้อมรับสิทธิ์เลือกตรวจเพิ่มเติมได้ฟรีอีก 1 รายการ* อาทิ ตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบนและส่วนล่าง (Ultrasound Whole Abdomen) หรือ ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่อง 3D ดิจิทัลแมมโมแกรม

LASTEST ARTICLE