PLANET เปิดตัวเป็นตัวแทนจำหน่าย รถ EV แบรนด์ Sokon ในไทย

Share

บริษัท แพลนเน็ต อีวี จำกัด (PlanetEV) บริษัทในเครือ บมจ. แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย (PLANET) กดปุ่มสตาร์ทธุรกิจ Chongqing SERES group ผู้นำการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 100% รายใหญ่จากประเทศจีน เซ็นสัญญาแต่งตั้ง เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ แบรนด์ Sokon ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ บิ๊ก PLANET “ประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์” ชูแนวคิด ESG เน้นดำเนินธุรกิจตามหลักความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ 3 รุ่น เจาะตลาด 5 กลุ่มเป้าหมายหลัก ประเดิมส่งมอบ Pickup Truck ล็อตแรกทันที 30 คัน แก่ บมจ. ทีพีไอ โพลีน เผยมีแผนเล็งนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้ามาทำตลาด – แตกไลน์ธุรกิจเพิ่ม มั่นใจยอดขายฉลุย ตั้งเป้ายอดขาย 1,000 คัน ในปี 2567

นายประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัลแบบครบวงจร เปิดเผยว่า การได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการจาก Chongqing SERES groupบริษัทผู้นำในการผลิตรถยนต์และรถบรรทุกไฟฟ้า 100% รายใหญ่จากประเทศจีนในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวที่สำคัญของบริษัทฯ ในการที่จะได้นำ แบรนด์ Sokon รถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังได้รับความสนใจและยอมรับจากตลาดในประเทศต่างๆทั่วโลก เข้ามา จัดจำหน่าย ดูแลรับประกัน และให้บริการหลังการขาย แก่ลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศไทย

ทั้งนี้ บริษัทมีความมุ่งมั่น ในการนำเทคโนโลยีพลังงานดิจิทัล (Digital Power Technology) เข้ามาเปลี่ยนแปลง เพื่อยกระดับรูปแบบการดำเนินธุรกิจ และชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนให้ดีขึ้น โดยมีเป้าหมายเป็นส่วนหนึ่งในการใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมกระบวนการลดภาวะโลกร้อน ภายใต้แนวคิด ESG ดำเนินธุรกิจ ตามหลักความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมดำเนินงาน จึงเป็นที่มาของการดำเนินธุรกิจดังกล่าวนี้

MR.David Luo, Sales Director Chongqing SERES group กล่าวว่า เรามั่นใจในศักยภาพการขยายตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยของ PlanetEV ความร่วมมือในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจในด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างมิตรภาพและความสัมพันธ์ เพื่อก้าวไปข้างหน้าในตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย และมีส่วนร่วมในการรักษ์สิ่งแวดล้อมร่วมกัน

สำหรับ แผนการดำเนินธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Sokon ในประเทศไทย นายประพัฒน์ กล่าวว่า จะเน้นจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ในลักษณะซื้อขาด, เช่าซื้อ (Leasing) สนับสนุนการผ่อนชำระโดย กรุงศรีออโต้ ,และเช่าใช้ (Rental) สำหรับโครงการขนาดใหญ่ ที่ซื้อจำนวนมาก (Fleet) และ Dealer สำหรับลูกค้าขนาดเล็กและลูกค้าทั่วไป

โดยกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าทำตลาด ประกอบด้วย 5 กลุ่มหลัก คือ 1.องค์กรธุรกิจและโรงงานอุตสาหกรรมส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ ที่ต้องการใช้ Carbon Credit และ Carbon Footprint สำหรับเงื่อนไขการซื้อสินค้า 2.กลุ่มบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ต้องให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติภายใต้แนวคิด ESG และ Climate Change 3. หน่วยงานราชการ เทศบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ต้องเปลี่ยนรถยนต์ไฟฟ้า ทดแทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันตามนโยบายของรัฐบาลที่มีเป้าหมายให้เกิดภาวะคาร์บอนเป็นศูนย์ (Carbon NetZero ) และเพิ่มการใช้พลังงานทดแทน 4.กลุ่มบริษัทให้บริการขนส่งสินค้า (Logistic) ที่ต้องการลดต้นทุน และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในตลาด Logistic และ 5. กลุ่ม SME และบริษัททั่วไป

“ การใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งนอกจากจะลดค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาแล้ว ยังลดค่าใช้จ่ายจากพลังงานน้ำมันได้ 6-10 เท่า โดยรถยนต์ไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายประมาณ 0.50-0.80 บาทต่อกิโลเมตรเท่านั้น ที่สำคัญช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านสิ่งแวดล้อมตามแนวคิด ESG ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างยั่งยืน ” นายประพัฒน์กล่าว

ด้านนายกฤตภาส วิริยจันทร์ตา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท แพลนเน็ต อีวี จำกัด (PlanetEV) เปิดเผยว่า รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ แบรนด์ Sokon ที่นำมาเปิดตัวและทำตลาดในประเทศไทย ประกอบด้วย

1. รถกระบะไฟฟ้า (Pickup Truck) รุ่น EC31 เป็นรถที่มีประสิทธิภาพสำหรับธุรกิจขนส่ง รองรับการบรรทุกน้ำหนักรวม 1 ตัน ขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงสุด 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความจุแบตเตอรี่ 39 kWh ช่วยให้สามารถเดินทางได้อย่างต่อเนื่อง ระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ขับไปได้ไกลกว่า 268-300 กิโลเมตร สินค้ารับประกัน 5 ปี หรือ 120,000 กม.

2.รถตู้พลังงานไฟฟ้า รุ่น EC35 ตัวเลือกที่ดีสำหรับองค์กรในระยะยาว สามารถบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ได้อย่างสะดวกสบาย ขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงสุดถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความจุแบตเตอรี่สูงถึง 39 kWh ระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ขับได้ไกลกว่า 268-300 กิโลเมตร สินค้ารับประกัน 5 ปี หรือ 120,000 กม. และ 3.รถตู้ไฟฟ้า (EV Van)สำหรับโดยสาร 7 ที่นั่ง รุ่น EC36 ความจุแบตเตอรี่ 39 kW วิ่งระยะทาง 268-300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สินค้ารับประกัน 5 ปี หรือ 120,000 กม.

“เราเริ่มทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงต้นปี ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดี และประสบความสำเร็จ โดยล่าสุด ได้ประเดิมส่งมอบรถยนต์กระบะไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ Sokon รุ่น EC31 ล็อตแรก จำนวน 30 คัน ให้กับ บมจ. ทีพีไอ โพลีน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโต” นายกฤตภาสกล่าว

นายภัคพล เลี่ยวไพรัตน์ กรรมการ บมจ.ทีพีไอโพลีนเพาเวอร์ และกลุ่ม บมจ. ทีพีไอ โพลีน กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม และการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน ในทุกกิจกรรมของทุกกลุ่มธุรกิจ บริษัทมีนโยบายชัดเจนในการสร้างสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม เพื่อนำไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และเชื่อว่าแนวทางนี้ จะทำให้บริษัทดำเนินธุรกิจร่วมกับลูกค้า พันธมิตร และชุมชนได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการและหน่วยงานอื่นๆ ควรให้ความสำคัญ

นายกฤตภาส กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ในปี 2567  มีแผนขยายธุรกิจ โดยจะนำรถยนต์ไฟฟ้า (EV passenger car) SERES เข้ามาทำตลาด ซึ่งรวมถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ,แบตเตอรี่,เครื่องชาร์จ, ตลอดจนรถตู้ไฟฟ้า ที่พร้อมให้บริการปรับแต่ง ดัดแปลงให้สอดคล้องและตรงกับความต้องการของลูกค้า เช่น การดัดแปลงเป็นรถขนส่งสินค้า, รถสาธารณะรับส่งผู้คน, รถควบคุมอุณภูมิ, รถพยาบาล, รถขนส่งสินค้า หรืออื่นๆ โดย ตั้งเป้าจำหน่าย จำนวน 1,000 คัน

Mr.Nicholas Ng Yick Hing, Director Singapore electric vehicles (SEV) ผู้ประกอบการรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ในสิงคโปร์ ซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ทําการตลาดและจัดจําหน่ายรถยนต์ยี่ห้อ SOKON right-hand drive ในสิงคโปร์และประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเป็น มีการเติบโตสูงมาก ซึ่งหลังจากได้บรรลุความร่วมมือกับ บริษัท แพลนเน็ต อีวี จำกัด ดำเนินธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า เมื่อช่วงต้นปี 2566 มั่นใจว่า หลังจากนี้รถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Sokon จะได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดในประเทศไทยแน่นอน และ SEV และPlanetEV ในหลังจากนี้จะร่วมมือกันในด้านเทคโนโลยีให้มากขึ้น

สำหรับ รถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั้ง 3 รุ่นดังกล่าว มีบริการหลังการขาย ที่ศูนย์บริการ PTT Fit Auto ทุกสาขา ให้บริการบำรุงรักษา ตามระยะทางทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือน ขณะที่ สำนักงาน PlanetComm รามอินทรา 34 จะเป็นผู้ให้บริการซ่อมใหญ่และสำรองอุปกรณ์และชิ้นส่วนในการซ่อมและบำรุงรักษา